การรักษาศีลนั้นมีอานิสงค์แรง แม้ศีลมีอานิสงค์น้อยการนั่งกรรมฐาน แต่จำเป็นต้องทำบุญให้ครบคือ ทาน ศีล สมาธิ ปัญญา
การสมาทานศีล ๕ ( สมาทานวิรัติ ) โดยตั้งใจสมาทานเองทุกวัน ทำตอนตื่นนอนทุกเช้า ด้วยการประนมมือเข้าหาพระพุทธรูปบูชา หรือพระแขวนเหรียญไว้ที่คอ พร้อมตั้งใจอธิษฐานว่า
ปาณาติปาตา เวระมะณี
( ข้าพเจ้า ของดเว้นจากการฆ่าสัตว์ โดยเด็ดขาด )
อะทินนาทานา เวระมะณี
( ข้าพเจ้า ของดเว้นจากการลักทรัพย์ โดยเด็ดขาด )
กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี
( ข้าพเจ้า ของดเว้นจากการประพฤตผิดในกาม โดยเด็ดขาด )
มุสาวาทา เวระมะณี
( ข้าพเจ้า ของดเว้นจากการกล่าวคำเท็จ โดยเด็ดขาด )
สุราเมรยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี
( ข้าพเจ้า ของดเว้นจากการกินเครื่องดองและของเมา โดยเด็ดขาด )
ทำเช่นนี้ก็ชื่อว่าได้ปฏิญญาว่าจะรักษาศีลแล้ว ต่อไปก็พยายามตั้งใจรักษาปฏิญญานั้น ต้องนึกอยู่เสมอว่าตัวเองได้สมาทานศีลมาแล้ว
การได้บุญจากศีลนั้น เราต้องตั้งใจงดเว้นไว้ล่วงหน้า หรือสมาทานไว้ เราถึงจะได้อานิสงค์ผลบุญ ถึงแม้ว่าจะไม่พบเหตุการณ์อะไรเลยในวันนั้น ก็ได้บุญจากศีล ครบทั้ง 5 ข้อทุกประการณ์ เพราะบุญเกิดจากความตั้งใจงดเว้นนั่นเอง






